Yeastar ประกาศเปิดตัวเฟิร์มแวร์เวอร์ชันทดสอบล่าสุด P-Series Phone System V24.2 BETA อย่างเป็นทางการ โดยการอัปเดตในรอบนี้มุ่งเน้นไปที่การปฏิวัติระบบด้วยการผสานเทคโนโลยี AI ขั้นสูง และการเชื่อมต่อข้อมูลเชิงลึกเข้ากับระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Business Intelligence: BI) เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถบริหารจัดการศูนย์บริการข้อมูล (Call Center) และการสื่อสารภายในองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด สำหรับไฮไลต์และฟีเจอร์เด่นในเวอร์ชัน V24.2 BETA ที่น่าสนใจ มีดังนี้: Connect CDR to BI P-Series PBX เดิมมีแดชบอร์ดรายงานในตัว และสามารถสร้างรายงานสายโทรเข้า–ออก (Call Report) และประเมินประสิทธิภาพของเอเจนต์ได้อยู่แล้ว ในเวอร์ชัน V24.2 ได้เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ชื่อ Data Connector ที่ช่วยให้สามารถส่งข้อมูลจาก PBX ไปยังฐานข้อมูลภายนอกได้แบบปลอดภัยและตั้งเวลาซิงก์อัตโนมัติ ทำให้วิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกได้มากขึ้นผ่านเครื่องมือ BI การทำงาน 3 ขั้นตอนหลัก เชื่อมต่อ (Integrate): รองรับฐานข้อมูลภายนอก เช่น MySQL, Microsoft SQL Server และ PostgreSQL เชื่อมต่อกับ PBX ได้โดยตรง ซิงก์ข้อมูล (Sync): ระบบจะส่งข้อมูลอัตโนมัติตามเวลาที่ตั้งไว้ เช่น CDR รายละเอียดสายโทรเข้า–ออก, บันทึกการโทร, สถิติระบบ, โน้ตการโทร รวมถึง AI transcription และสรุปการสนทนา วิเคราะห์ (Analyze): นำข้อมูลไปเชื่อมต่อกับ BI Tools เช่น Grafana หรือ Power BI เพื่อสร้าง Dashboard และวิเคราะห์ข้อมูลแบบลึกเฉพาะทาง ฟีเจอร์ Data Connector ช่วยเปลี่ยนข้อมูลโทรศัพท์องค์กรให้กลายเป็น Insight เชิงลึก พร้อมนำไปวิเคราะห์ต่อใน BI ได้อย่างมืออาชีพ AI Receptionist: Custom LLMs & Data Collection ระบบ AI Receptionist บน P-Series PBX เดิมสามารถรับสายตลอด 24/7, ตอบคำถามจากฐานข้อมูล และโอนสายอย่างชาญฉลาดได้อยู่แล้ว แต่ในอัปเดต V24.2 ได้เพิ่มความสามารถใหม่ที่ยืดหยุ่นและฉลาดมากขึ้น ฟีเจอร์ใหม่ที่เพิ่มเข้ามา เลือก LLM ได้เอง (Selectable LLM Servers): สามารถเลือกโมเดล AI ที่ใช้เป็น “สมอง” ของระบบได้ เช่น Claude, Gemini หรือ GPT หรือใช้เซิร์ฟเวอร์ที่มีในระบบเดิม เพื่อให้เหมาะกับงานแต่ละประเภท ปรับรูปแบบการทำงานได้ละเอียด (Custom Prompting): สามารถกำหนดวิธีตอบ โทนการสื่อสาร และขอบเขตการทำงานของ AI Receptionist ได้เอง ทำให้สอดคล้องกับสไตล์แบรนด์ และรูปแบบการให้บริการขององค์กร เก็บข้อมูลอัจฉริยะระหว่างสนทนา (Context-Rich Data Handoff): AI สามารถเก็บข้อมูลสำคัญจากผู้โทร เช่น ข้อมูลติดต่อ ประเภทปัญหา หรือสถานะลูกค้า แล้วส่งต่อให้พนักงานทันทีเมื่อโอนสาย ช่วยลดการถามซ้ำและเพิ่มความต่อเนื่องในการบริการ อัปเดตนี้ทำให้ AI Receptionist ฉลาดขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น และทำงานใกล้มนุษย์มากขึ้น ทั้งในด้านการเลือก AI, การกำหนดพฤติกรรม และการส่งต่อข้อมูลที่ครบถ้วนให้ทีมงานรองรับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ AI Transcription & Summary: Custom LLMs ใน P-Series PBX เดิมมีฟีเจอร์ AI ช่วยงานอยู่แล้ว เช่น ถอดข้อความเสียง (Voicemail Transcription) และ สรุปการสนทนา (Call Transcription & Summary) เพื่อช่วยให้การจัดการสายโทรมีความรวดเร็วและเป็นระบบมากขึ้น ในอัปเดต V24.2 BETA ได้เพิ่มความยืดหยุ่นให้ผู้ดูแลระบบสามารถเลือกใช้ AI จากภายนอกได้เองผ่าน API ฟีเจอร์หลักที่เพิ่มเข้ามา เลือกผู้ให้บริการถอดเสียงได้ (Flexible Transcription Providers): รองรับทั้งระบบของ Yeastar เอง และเชื่อมต่อ AI ภายนอกผ่าน API Key ได้ เช่น OpenAI, AWS, Google และ ElevenLabs ทำให้เลือกใช้บริการที่เหมาะกับองค์กรได้ เลือก LLM สำหรับสรุปการโทร (Selectable LLMs for Summary): สามารถเลือกโมเดลที่ใช้สรุปบทสนทนาได้ระหว่าง OpenAI หรือ Google Cloud เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและเหมาะกับลักษณะงาน ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ระบบ AI ในการถอดเสียงและสรุปการโทร ยืดหยุ่นมากขึ้น ปรับแต่งได้ตามองค์กร และเลือกใช้ AI ที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดสำหรับงานของคุณ Sync AI Insights & Chat to CRM ในอัปเดต V24.2 ของ P-Series PBX สามารถซิงก์ข้อมูลการสนทนาและข้อมูลจาก AI เข้าสู่ CRM ได้อัตโนมัติ ช่วยลดงานบันทึกข้อมูลด้วยตนเอง และทำให้ทีมงานติดตามลูกค้าได้ง่ายขึ้น ข้อมูลที่สามารถซิงก์ได้ AI Call Transcription (ถอดข้อความการโทร) Call Summary (สรุปการสนทนา) Call Notes (บันทึกการโทร) Outbound Chat Messages (ข้อความแชตที่ส่งออก) ข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกลงในข้อมูลลูกค้าบน CRM โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ทุกการติดต่อมีประวัติครบถ้วนและตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย รองรับ CRM ยอดนิยม รองรับการเชื่อมต่อกับหลายแพลตฟอร์ม เช่น Zoho CRM, Salesforce, HubSpot, Bitrix24, Odoo, Zoho Desk, Zendesk รวมถึง CRM อื่น ๆ ผ่านระบบ Template-based Integration ฟีเจอร์นี้ช่วยให้องค์กรสามารถ รวมข้อมูลการโทร AI และแชตเข้าสู่ CRM ได้แบบอัตโนมัติ เพิ่มความแม่นยำ ลดงานซ้ำซ้อน และช่วยให้ทีมขายหรือบริการลูกค้าเข้าถึงข้อมูลได้ครบในที่เดียว การปรับปรุงประสิทธิภาพอื่น ๆ (Optimizations) อัปเดต V24.2 BETA ยังเพิ่มความสามารถใหม่เพื่อช่วยให้การจัดการสายโทรและการสื่อสารในองค์กรมีประสิทธิภาพมากขึ้น ฟีเจอร์ที่ปรับปรุงเพิ่มเติม BLF Key Monitoring สำหรับ Extension Group ปุ่ม BLF สามารถติดตามสถานะของทั้งกลุ่ม Extension ได้แล้ว พร้อมแสดง Caller ID และรับสายแทน Extension ที่กำลังดังภายในกลุ่มได้ ช่วยแก้ปัญหาจำนวนปุ่ม BLF บนโทรศัพท์ที่มีจำกัด Failover สำหรับ Queue และ Ring Group เพิ่มระบบปลายทางสำรอง (Failover Destination) เมื่อปลายทางหลักไม่สามารถรับสายได้ ระบบจะโอนสายไปยังปลายทางสำรองอัตโนมัติ ช่วยให้ไม่พลาดสายสำคัญ แสดงชื่อโปรไฟล์ WhatsApp อัตโนมัติ หากข้อความ WhatsApp ที่เข้ามาไม่ตรงกับรายชื่อใน PBX ระบบจะแสดงชื่อโปรไฟล์ WhatsApp ของผู้ติดต่อแทน ช่วยให้เจ้าหน้าที่ระบุผู้ติดต่อได้ง่ายขึ้น รองรับ SMS ผ่าน Voxteleys เพิ่มการรองรับผู้ให้บริการ SMS อย่าง Voxteleys เพื่อเพิ่มตัวเลือกในการใช้งานระบบส่งข้อความ อัปเดตนี้ช่วยให้ P-Series PBX มีความยืดหยุ่นและเสถียรมากขึ้น ทั้งด้านการรับสาย การจัดการคิว การสื่อสารหลายช่องทาง และการทำงานต่อเนื่องของระบบองค์กร สถานะการเปิดใช้งาน ปัจจุบันเฟิร์มแวร์ V24.2 BETA เปิดให้ผู้ใช้งานระบบ P-Series (ทั้งรุ่น Cloud Edition | Appliance Edition | Software Edition) สามารถเข้าไปอัปเดตเพื่อทดลองใช้งานได้แล้วผ่านหน้า Admin Portal หมายเหตุ: ตัวระบบหลักของท่านต้องเป็นเวอร์ชันตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 เป็นต้นไป จึงจะมองเห็นตัวเลือกการอัปเดต Beta นี้ ที่มา yeastar