Yeastar ประกาศเปิดตัวอัปเดตเฟิร์มแวร์เวอร์ชันล่าสุด P-Series PBX V24.3 BETA มุ่งเน้นการปฏิวัติระบบสื่อสารอัจฉริยะในองค์กรด้วยการผสานพลังเทคโนโลยี AI เข้ากับระบบปฏิบัติการธุรกิจ พร้อมเครื่องมือตรวจสอบคุณภาพเครือข่ายและการบริหารจัดการเชิงลึก เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถขับเคลื่อนเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ไฮไลท์ฟีเจอร์ใหม่ใน P-Series PBX V24.3 BETA AI Receptionist เชื่อมต่อระบบธุรกิจที่คุณมี นอกเหนือจากการตอบรับสายและโอนสายอัจฉริยะตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว P-Series V24.3 BETA ได้ยกระดับให้ AI Receptionist กลายเป็น "ผู้ช่วยเสมือนจริง (Virtual Assistant)" ที่สามารถจัดการกระบวนการทำงานได้ทันทีระหว่างการสนทนา โดยไม่จำเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่มนุษย์ควบคุม ผ่านฟีเจอร์ Custom Tool Integration ระบบจะทำงานผ่านการเชื่อมต่อ HTTP ที่มีความปลอดภัยสูง เพื่อสั่งการและดึงข้อมูลร่วมกับระบบสำคัญขององค์กร อาทิ: ระบบ CRM และระบบจัดการตารางนัดหมาย ระบบบริหารจัดการคำสั่งซื้อ (Order Management) ฐานข้อมูลสินค้าคงคลัง (Inventory Database) ความสามารถหลักของฟีเจอร์ AI ตั้งค่าง่ายแบบ Low-Code: รองรับการเชื่อมต่อเครื่องมือผ่านหน้าจอทั้งรูปแบบ Form-based และ JSON-based Editor ตามความเหมาะสมของแต่ละธุรกิจ กำหนดเครื่องมือเฉพาะเจาะจง: สามารถแยกแยะและกำหนดให้ Virtual Agent แต่ละตัวเลือกใช้เครื่องมือที่แตกต่างกันตามสถานการณ์ธุรกิจได้ ตรวจสอบย้อนหลังได้ (Audit): ทุกขั้นตอนการเรียกใช้เครื่องมือ (Tool Invocation) และผลลัพธ์จะถูกบันทึกลงใน CDR (Call Detail Record) อย่างครบถ้วน ตรวจสอบคุณภาพการโทรแบบเรียลไทม์ด้วย QoS Monitoring เพื่อป้องกันปัญหาเสียงขาดหายและรักษาเสถียรภาพในการสื่อสาร ระบบได้เพิ่มฟีเจอร์ QoS (Quality of Service) Monitoring สำหรับติดตามและวิเคราะห์คุณภาพของการโทรด้วยเสียง (Audio), การประชุมวิดีโอ (Video Sessions) และห้องประชุม (Conference Rooms) ได้อย่างละเอียด สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป: สามารถดูค่า Latency, การรับ-ส่งข้อมูล (TX/RX), Packet Loss และ Jitter ได้แบบเรียลไทม์ระหว่างคุยสาย หรือดูย้อนหลังผ่าน Linkus (Desktop, Web, Mobile) เพื่อแจ้งข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ไอทีได้อย่างแม่นยำ สำหรับผู้ดูแลระบบ (Admin): สามารถเจาะลึกข้อมูลผ่าน CDR เพื่อแยกแยะได้อย่างรวดเร็วว่าปัญหาคุณภาพสัญญาณเกิดจากเครือข่ายภายในองค์กร หรือเกิดจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) ของปลายทาง พร้อมแดชบอร์ด Call Report ที่กรองข้อมูลตามเบอร์ภายใน (Extension), ช่วงเวลา หรือประเภท Client เพื่อประเมินแนวโน้มภาพรวมได้ ปรับโฉม Linkus Mobile Client เพื่อประสบการณ์ที่ลื่นไหลกว่าเดิม ปรับปรุงอินเทอร์เฟซผู้ใช้งาน (UI) บนมือถือให้ตอบโจทย์การทำงานในยุคไฮบริด (Remote Work) ให้มีความสะดวกและชัดเจนยิ่งขึ้น: แท็บ Dial Pad ใหม่: แยกแป้นกดหมายเลขออกมาเป็นเมนูหลัก กดโทรออกได้ทันทีในคลิกเดียว เลย์เอาต์หน้าจอ 2 รูปแบบ: เลือกปรับหน้าจอระหว่างการโทร (Call Panel) ได้ตามความถนัด ไอคอนบันทึกเสียงเรียลไทม์: แสดงสัญลักษณ์สถานะการบันทึกเสียงบนหน้าจอทันทีเมื่อระบบเริ่มบันทึก ดีไซน์ไอคอนสถานะใหม่: ปรับปรุงไอคอนบริเวณมุมขวาบนให้มองเห็นและเข้าใจสถานะการโทรปัจจุบันได้ง่ายขึ้น การปรับปรุงเพิ่มเติมสำหรับ P-Series นอกจากนี้ในระบบ P-Series PBX และศูนย์กลางการจัดการ YCM (Yeastar Central Management) ยังได้เพิ่มฟีเจอร์เพื่อสนับสนุนการจัดการทรัพยากรขององค์กรขนาดใหญ่: Bulk Phone Firmware Upgrades & Channel Management: (ผ่าน YCM) ช่วยให้อัปเกรดเฟิร์มแวร์โทรศัพท์พร้อมกันได้หลายเครื่อง และจัดการช่องสัญญาณ (Channel) ของ Shared Trunk จากส่วนกลางได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขยายการรองรับ TAPI: รองรับการเข้าสู่ระบบใช้งาน TAPI (Telephony Application Programming Interface) พร้อมกันได้มากกว่า 50 ผู้ใช้งาน เหมาะสำหรับองค์กรที่มีปริมาณการใช้งานหนาแน่น Cisco AutoP ที่ยืดหยุ่นขึ้น: โทรศัพท์ IP Phone ซีรีส์ Cisco SPA สามารถเปิดใช้งาน AutoP ผ่านโปรโตคอล HTTP ได้แล้ว อัปเดตใหม่สำหรับ Partner: Yeastar Central Management (YCM) การอัปเดตครั้งนี้มุ่งเน้นการทลายข้อจำกัดในการทำงานของพาร์ทเนอร์ ด้วย 3 ฟีเจอร์หลักที่จะช่วยประหยัดเวลา เพิ่มความปลอดภัย และจัดการทรัพยากรได้อย่างแม่นยำ ดังนี้ ระบบอัปเดตเฟิร์มแวร์โทรศัพท์ในปริมาณมาก หมดปัญหาความยุ่งยากและเสียเวลาของพาร์ทเนอร์ที่ต้องคอยล็อกอินเข้าหน้าจอ PBX ของลูกค้าทีละราย หรือต้องอัปเดตเฟิร์มแวร์ให้ IP Phone ทีละเครื่องในการดูแลโปรเจกต์ขนาดใหญ่ เพราะ YCM เวอร์ชันใหม่ช่วยให้คุณสามารถตั้งค่าการอัปเดตอัตโนมัติและสั่งดันเฟิร์มแวร์ไปยังโทรศัพท์หลายเครื่องข้ามระบบ PBX ได้พร้อมกันจากหน้าแดชบอร์ดเดียว คลังเฟิร์มแวร์ส่วนกลาง (Centralized Firmware Repository): เพิ่มเมนูใหม่ Firmware > Phone Management ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถอัปโหลดและจัดการเวอร์ชันเฟิร์มแวร์ของโทรศัพท์แต่ละรุ่นไว้ที่ส่วนกลางก่อนเริ่มใช้งาน ตั้งค่างานอัปเกรดง่ายดาย: สามารถเลือกประเภท PBX, เวอร์ชันเฟิร์มแวร์ของโทรศัพท์, รูปแบบงาน และเลือกกลุ่มโทรศัพท์เป้าหมาย (เลือกรายเครื่องหรือเลือกทั้งหมด) เพื่อกำหนดเวลาหรือสั่งอัปเดตได้ทันที โดยไม่ต้องไปตั้งค่าใด ๆ ที่ตัวเครื่องโทรศัพท์ บันทึกผลการทำงานครบถ้วน: เมื่อระบบทำการอัปเดตเสร็จสิ้น ผลลัพธ์และสถานะความสำเร็จจะถูกบันทึกและแสดงให้เห็นใน YCM Extension Log ทันที ช่วยให้ตรวจสอบและแก้ไขปัญหา (Troubleshooting) ได้อย่างรวดเร็ว จัดการโควตาช่องสัญญาณของ Shared Trunk เพื่อป้องกันปัญหาช่องสัญญาณเต็ม (Channel Exhaustion) และการจัดสรรทรัพยากรที่ซ้ำซ้อนในการดูแลลูกค้าหลายราย (Downstream Tenants) หรือหลาย PCE Instance แพลตฟอร์ม YCM จึงได้เพิ่มระบบจัดการโควตา Shared Trunk เพื่อให้พาร์ทเนอร์สามารถควบคุม จำกัด และตรวจสอบการใช้งานสายโทรพร้อมกัน (Concurrent Calls: CC) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จัดสรร CC แบบละเอียด (Granular CC Allocation): ระดับ Super Admin, Hosting Users และ Resellers สามารถกำหนดโควตาจำนวนสายโทรพร้อมกันสูงสุด (Maximum CC) ได้ตั้งแต่ขั้นตอนการสร้างหรือแก้ไข PCE Instance ที่มีการใช้งาน Shared Trunk เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกค้ารายใดรายหนึ่งดึงสัญญาณไปใช้จนหมด การควบคุมสิทธิ์ตามลำดับขั้น (Hierarchical Access Control): พาร์ทเนอร์ต้นทางสามารถกำหนดสิทธิ์การเข้าถึง Shared Trunk ให้แก่ผู้ใช้ปลายทางได้อย่างชัดเจน แบ่งขอบเขตการใช้งานในแต่ละเทียร์อย่างเป็นระบบ มอนิเตอร์การใช้งานเรียลไทม์: แดชบอร์ดของ YCM จะแสดงกราฟและข้อมูลการใช้งาน CC และอัตราการใช้งาน Trunk (Utilization Data) เพื่อช่วยในการวางแผนขยายระบบ (Capacity Planning) ได้แม่นยำ ระบบแจ้งเตือนเชิงรุก (Proactive Threshold Alerts): ป้องกันปัญหาสายหลุดกะทันหัน โดยระบบจะส่งการแจ้งเตือนทันทีเมื่อมีการใช้งานแตะระดับเพดานที่ตั้งไว้ โดยจะเตือนไปยังผู้ใช้ปลายทางเมื่อใช้งานใกล้ครบโควตา และเตือนไปยัง Super Admin ทันทีหากความจุรวมของ Shared Trunk กำลังจะหมดลง รองรับการเข้าสู่ระบบด้วย Microsoft SSO เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการเข้าใช้งานระบบ YCM ไปอีกขั้น ด้วยการรองรับระบบลงชื่อเข้าใช้ครั้งเดียวผ่านบัญชี Microsoft (Single Sign-On) ผสานการทำงานสมบูรณ์แบบ: สามารถเชื่อมต่อ YCM เข้ากับระบบของ Microsoft ได้ง่าย ๆ ภายใต้เมนู Collaboration (สำหรับผู้ใช้งานรูปแบบ BYOI จำเป็นต้องเข้าไปตั้งค่าคอนฟิกูเรชันบน Microsoft Portal ให้เรียบร้อยก่อน) เลือกรูปแบบการล็อกอินที่ยืดหยุ่น: ผู้ดูแลระบบสามารถเลือกนโยบายการยืนยันตัวตนได้ 3 รูปแบบ คือ ใช้รหัสผ่านของบัญชีปกติอย่างเดียว, ใช้ Microsoft SSO อย่างเดียว หรือเปิดให้ใช้งานได้ทั้งสองรูปแบบพร้อมกัน บังคับใช้นโยบายความปลอดภัย: เมื่อเปิดใช้งานแล้ว ผู้ใช้งานในระบบทั้งหมดจะต้องเข้าสู่ระบบตามช่องทางที่ผู้ดูแลระบบกำหนดไว้ในนโยบายอย่างเข้มงวด ที่มา yeastar