Whoscall Verified Caller ID ตัวช่วยยืนยันเบอร์โทรบริษัท สร้างความมั่นใจก่อนลูกค้ารับสาย!

Sroisuda0 Views
Categories · SIP Trunk & DID Number
Whoscall Verified Caller ID ตัวช่วยยืนยันเบอร์โทรบริษัท สร้างความมั่นใจก่อนลูกค้ารับสาย!

ในวันที่สายโทรเข้าจากเบอร์ที่ไม่รู้จักมักถูกมองว่าเป็น สายสแปม หรือสายจากมิจฉาชีพ ธุรกิจที่ต้องโทรหาลูกค้าเป็นประจำกำลังเจอปัญหาที่มองไม่เห็น นั่นคือ ลูกค้าไม่รับสาย

ไม่ว่าจะเป็นสายจากทีมขาย สายยืนยันนัดหมาย สายแจ้งสถานะจัดส่ง หรือสายติดตามการชำระเงิน หากปลายทางเห็นเพียงหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย ก็มีโอกาสถูกปฏิเสธสายได้

Whoscall Verified Caller ID จาก Call On Cloud จึงเข้ามาช่วยให้สายโทรออกขององค์กรมีตัวตนที่ชัดเจนมากขึ้น โดยสามารถแสดง ชื่อบริษัท โลโก้ และเครื่องหมาย Verified บนหน้าจอของผู้รับสายที่ใช้งาน Whoscall ช่วยให้ลูกค้าทราบว่าสายนี้มาจากองค์กรใด ก่อนตัดสินใจรับสาย

สำหรับธุรกิจที่ต้องโทรหาลูกค้าจำนวนมาก การใช้เบอร์โทรศัพท์เพียงอย่างเดียวอาจสร้างข้อจำกัดหลายด้าน

  • ลูกค้าไม่รับสาย เพราะไม่รู้ว่าเบอร์ใครโทรมา

  • เบอร์องค์กรอาจถูกมองว่าเป็น Spam หากมีการถูกรายงานจากผู้รับสาย

  • มิจฉาชีพแอบอ้างชื่อบริษัท ทำให้ลูกค้าแยกสายจริงกับสายปลอมได้ยาก

  • ต้องโทรซ้ำหลายครั้ง เมื่อไม่สามารถติดต่อลูกค้าได้ตั้งแต่ครั้งแรก

ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้กระทบแค่ทีม Call Center แต่ยังส่งผลต่อทีมขาย ฝ่ายบริการ ฝ่ายติดตามงาน รวมถึงภาพลักษณ์ขององค์กรโดยรวม

Whoscall Verified Caller ID คืออะไร?

Whoscall Verified Caller ID หรือบริการ Whoscall Verified Number คือบริการยืนยันตัวตนของหมายเลขโทรศัพท์สำหรับธุรกิจ

เมื่อองค์กรโทรออก ลูกค้าที่ใช้งานแอป Whoscall สามารถเห็นข้อมูลของธุรกิจแทนการเห็นเพียงหมายเลขโทรศัพท์ เช่น

ชื่อบริษัท + โลโก้ + หมวดธุรกิจ + เครื่องหมาย Verified

ทำให้ลูกค้าทราบได้ง่ายขึ้นว่า “ใครกำลังโทรมา” และช่วยสร้างความมั่นใจก่อนรับสาย

หมายเหตุ: การแสดงชื่อบริษัท โลโก้ และเครื่องหมาย Verified ขึ้นอยู่กับการแสดงผลผ่าน Whoscall และผู้รับสายที่ติดตั้งแอป Whoscall เป็นหลัก จึงไม่ได้หมายความว่าจะปรากฏบนโทรศัพท์ทุกเครื่องในประเทศไทย

จุดเด่นของ Whoscall Verified Caller ID

1. แสดงชื่อและโลโก้บริษัท

เปลี่ยนจากสายที่แสดงเพียงตัวเลขโทรศัพท์ ให้กลายเป็นสายที่มีข้อมูลขององค์กรอย่างชัดเจน

ลูกค้าจึงสามารถรู้ได้ทันทีว่าสายที่โทรเข้ามาจากบริษัทใด ช่วยให้การติดต่อดูเป็นทางการและน่าเชื่อถือมากขึ้น

2. Verified Badge ยืนยันตัวตนธุรกิจ

หมายเลขขององค์กรสามารถแสดงเครื่องหมาย Verified หลังผ่านกระบวนการตรวจสอบข้อมูลและเอกสารนิติบุคคล

ช่วยให้ลูกค้ามีข้อมูลประกอบการพิจารณาว่าสายที่โทรเข้ามาเป็นหมายเลขที่ได้รับการยืนยันจากองค์กรจริง

3. รองรับหลายหมายเลข

องค์กรสามารถลงทะเบียนหมายเลขหลายหมายเลขภายใต้โปรไฟล์เดียวกันได้ เช่น

  • เบอร์ Call Center

  • เบอร์สาขา

  • เบอร์ฝ่ายขาย

  • หมายเลขสำหรับติดต่อฝ่ายบริการ

ช่วยให้หมายเลขจากหลายแผนกสามารถสื่อสารภายใต้ตัวตนของแบรนด์เดียวกันได้

4. ช่วยลดความเสี่ยงจากการแอบอ้างแบรนด์

เมื่อองค์กรมีข้อมูลตัวตนที่ผ่านการยืนยัน ลูกค้าจะมีข้อมูลอีกหนึ่งส่วนสำหรับใช้ตรวจสอบสายโทรเข้า

จึงช่วยลดความสับสนระหว่าง สายจากองค์กรจริง กับสายที่อาจแอบอ้างชื่อบริษัท

อย่างไรก็ตาม Verified Caller ID ควรใช้เป็นหนึ่งในมาตรการสร้างความน่าเชื่อถือของช่องทางโทรศัพท์ ไม่ใช่การรับประกันว่ามิจฉาชีพจะไม่สามารถแอบอ้างแบรนด์ในช่องทางอื่นได้

5. ใช้งานร่วมกับระบบโทรศัพท์เดิมได้

อีกจุดที่เหมาะกับองค์กรคือ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนระบบโทรศัพท์ใหม่

บริการสามารถทำงานร่วมกับระบบที่มีอยู่ เช่น P-Series Cloud PBX, Grandstream UCM และ SIP Trunk ของ Call On Cloud โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหมายเลขหรือหยุดให้บริการ

เหมาะกับธุรกิจที่ต้องโทรหาลูกค้าเป็นประจำ

Whoscall Verified Caller ID สามารถนำไปใช้กับธุรกิจที่มีการติดต่อทางโทรศัพท์จำนวนมาก เช่น

ธุรกิจการเงินและสินเชื่อ

ใช้สำหรับสายแจ้งเตือนการชำระเงิน ติดตามลูกค้า หรือยืนยันธุรกรรม โดยช่วยให้ลูกค้าเห็นข้อมูลขององค์กรก่อนรับสาย

โรงพยาบาลและคลินิก

เหมาะสำหรับสายยืนยันนัดหมาย แจ้งเตือน หรือประสานงานกับผู้รับบริการ ซึ่งการที่ลูกค้าไม่รับสายอาจทำให้เจ้าหน้าที่ต้องโทรติดตามซ้ำ

ขนส่งและ E-Commerce

ใช้กับสายจากพนักงานจัดส่งหรือฝ่ายประสานงาน เพื่อช่วยให้ลูกค้าทราบว่าเป็นสายจากบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการจัดส่ง

ฝ่ายขายและฝ่ายบริการลูกค้า

สำหรับทีมที่ต้องโทรติดต่อลูกค้าเป็นประจำ การทำให้ลูกค้ารู้ว่าใครโทรมา อาจช่วยลดความลังเลในการรับสาย และเพิ่มโอกาสในการสื่อสารสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรก

การโทรหาลูกค้าในปัจจุบันไม่ได้มีแค่เรื่องของระบบโทรศัพท์ แต่ยังเกี่ยวข้องกับ ความน่าเชื่อถือและตัวตนของผู้โทร

Whoscall Verified Caller ID ช่วยให้องค์กรสามารถนำ ชื่อบริษัท โลโก้ และเครื่องหมาย Verified มาแสดงร่วมกับสายโทรออก เพื่อให้ลูกค้ามีข้อมูลมากขึ้นก่อนตัดสินใจรับสาย

โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องโทรหาลูกค้าเป็นประจำ การสร้างตัวตนให้หมายเลขโทรศัพท์อาจเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้การสื่อสารระหว่างองค์กรกับลูกค้าชัดเจนขึ้น

ไม่ต้องเปลี่ยนเบอร์ ไม่ต้องเปลี่ยนระบบ PBX และสามารถให้ทีม Call On Cloud ช่วยดูแลตั้งแต่ขั้นตอนเอกสารจนถึงการใช้งาน

ติดต่อเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

หากคุณต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Cloud PBX จาก Call On Cloud สามารถติดต่อได้ที่เว็บไซต์ www.calloncloud.io โทร 02-028-7722 หรือ Line: @calloncloud

โปรโมชั่น P-SeriesLine CallOnCloud
ดูบทความทั้งหมด →