Where Is My Order?
สายส่วนใหญ่คือคำถามเดิม — ของถึงไหน ยอดเท่าไร เอกสารอนุมัติหรือยัง ทั้งหมดเป็นการอ่านข้อมูลออกจากหน้าจอ
ทีมกลายเป็นคนอ่านหน้าจอให้ลูกค้าฟัง
Pain Points
ข้อมูลที่ลูกค้าอยากรู้อยู่ในระบบของคุณครบแล้ว แต่ทางเดียวที่ลูกค้าจะเข้าถึงได้คือรอพนักงานเปิดหน้าจอให้
สายส่วนใหญ่คือคำถามเดิม — ของถึงไหน ยอดเท่าไร เอกสารอนุมัติหรือยัง ทั้งหมดเป็นการอ่านข้อมูลออกจากหน้าจอ
ทีมกลายเป็นคนอ่านหน้าจอให้ลูกค้าฟัง
คำตอบหนึ่งคำถามต้องเปิด 2–3 ระบบ ทั้ง ERP ระบบขนส่ง และไฟล์ของทีมบัญชี ลูกค้าต้องถือสายรอ
สายยาวขึ้น ความอดทนลูกค้าน้อยลง
ระบบตอบรับอัตโนมัติเดิมบอกได้แค่ข้อมูลคงที่ที่อัดเสียงไว้ ไม่สามารถดึงข้อมูลรายลูกค้าออกมาตอบได้
ลูกค้าต้องกดเมนูจนจบแล้วรอคิวคนอยู่ดี
ลูกค้าอยากเช็กสถานะตอนกลางคืนหรือวันหยุด แต่ระบบมีข้อมูลอยู่แล้วโดยไม่มีใครเปิดให้ดู
ข้อมูลพร้อม แต่เข้าถึงไม่ได้
How it works
เชื่อม API ครั้งเดียว หลังจากนั้นทุกสายได้ข้อมูลชุดเดียวกับที่พนักงานเห็นบนหน้าจอ
ลูกค้าโทรเข้าเบอร์เดิม แล้วถามด้วยภาษาพูดตามธรรมชาติ ไม่ต้องกดเมนู
AI ขอข้อมูลยืนยันตัวตนตามกฎที่คุณกำหนด เช่น เลขออเดอร์คู่กับเบอร์โทร 4 ตัวท้าย
เรียก API ของระบบคุณแบบเรียลไทม์ อ่านเฉพาะฟิลด์ที่อนุญาตไว้เท่านั้น
แปลงค่าที่ได้จากระบบเป็นคำพูดที่ลูกค้าเข้าใจ พร้อมบอกเวลาอัปเดตล่าสุด
บันทึกทุกคำสั่งที่เรียกไว้ใน Audit Log และโอนสายให้พนักงานเมื่อเกินขอบเขต
Customer Call
Thai / English · 24/7
Cloud PBX / SIP Trunk
Your existing number
Your Systems
ERP · CRM · OMS · TMS
Access Rules
Identity · fields · limits
Integration Agent
Real-time API query
Live Answer
Value + last updated
Audit Log Entry
Who asked what, when
Escalate to Staff
Out of scope or system down
AI ไม่ได้เก็บสำเนาข้อมูลลูกค้าไว้ล่วงหน้า แต่เรียกข้อมูลจากระบบของคุณเฉพาะตอนที่มีสายถามเข้ามาจริง
Solution
Integration Agent คือ AI Voice Agent ที่เชื่อมกับระบบธุรกิจของคุณผ่าน API เพื่อดึงข้อมูลรายลูกค้าออกมาตอบทางโทรศัพท์แบบเรียลไทม์ ต่างจาก AI Knowledge Base ที่ตอบจากเอกสารซึ่งเป็นข้อมูลคงที่ — ที่นี่คำตอบเปลี่ยนตามข้อมูลจริงในระบบทุกวินาที เช่น สถานะพัสดุ ยอดค้างชำระ หรือจำนวนสต็อกคงเหลือ
คำถามแรกของฝ่าย IT ไม่ใช่ “AI ตอบเก่งไหม” แต่เป็น “ถ้าใครก็โทรมาถามได้ จะกันข้อมูลรั่วอย่างไร” — นี่คือชั้นควบคุมที่เราออกแบบไว้
กำหนดเงื่อนไขยืนยันตัวตนก่อนเปิดข้อมูลได้เอง เช่น เลขออเดอร์คู่กับเบอร์โทร 4 ตัวท้าย เลขบัตรประชาชนบางส่วน หรือ OTP ทาง SMS
เลือกได้ว่าฟิลด์ไหนพูดออกเสียงได้ ฟิลด์ไหนห้ามเปิดเผย ข้อมูลนอกรายการที่อนุญาตจะไม่ถูกส่งมาถึง AI เลย
ค่าเริ่มต้นคืออ่านข้อมูลเท่านั้น การเขียนกลับเข้าระบบต้องเปิดใช้เป็นรายรายการและระบุขอบเขตชัดเจน
ปิดบังข้อมูลอ่อนไหวบางส่วนเมื่อพูดออกเสียง เช่น เลขบัญชีและเลขบัตร แสดงเฉพาะ 4 ตัวท้ายเพื่อยืนยัน
จำกัดจำนวนการเรียกข้อมูลต่อสายและต่อเบอร์ผู้โทร ป้องกันการสุ่มถามเพื่อไล่เก็บข้อมูล
ถ้าระบบปลายทางล่มหรือตอบช้าเกินเวลาที่กำหนด AI จะไม่เดาคำตอบ แต่แจ้งลูกค้าและโอนสายให้พนักงาน
ฝ่าย IT และผู้ตรวจสอบภายในดูย้อนหลังได้ว่าสายไหนขอข้อมูลอะไร ผ่านการยืนยันตัวตนหรือไม่ และระบบเปิดเผยฟิลด์ใดออกไป — ตรงตามหลักการรับผิดชอบข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA
Key Features
ออกแบบให้ทีม IT เชื่อมต่อได้โดยไม่ต้องรื้อระบบเดิม และควบคุมขอบเขตได้ทั้งหมด
เรียกข้อมูลจากระบบของคุณระหว่างสาย ไม่ต้องทำสำเนาข้อมูลมาเก็บไว้ที่ฝั่ง AI
ประโยชน์: คำตอบตรงกับหน้าจอที่พนักงานเห็นเสมอ
คำถามเดียวที่ต้องดูหลายระบบ AI เรียกทีละระบบแล้วรวมเป็นคำตอบเดียวให้ลูกค้า
ประโยชน์: ลูกค้าไม่ต้องถือสายรอพนักงานเปิดหลายหน้าจอ
แปลงค่าดิบในระบบ เช่น IN_TRANSIT หรือรหัสสถานะ ให้เป็นประโยคที่ลูกค้าเข้าใจ
ประโยชน์: ไม่ต้องแก้ระบบหลังบ้านเพื่อให้ AI พูดรู้เรื่อง
เปิดให้ AI ทำรายการกลับเข้าระบบเป็นรายรายการ เช่น เปลี่ยนที่อยู่จัดส่ง หรือเปิดเคสร้องเรียน
ประโยชน์: จบงานในสายเดียว ไม่ต้องส่งต่อให้ทีมคีย์ข้อมูล
กำหนดเวลารอระบบปลายทางได้ ถ้าเกินเวลาหรือระบบล่ม AI จะแจ้งลูกค้าและโอนสายทันที
ประโยชน์: ระบบหลังบ้านมีปัญหาแต่ลูกค้าไม่ถูกทิ้งค้างสาย
เชื่อมกับ Yeastar P-Series Cloud PBX และ SIP Trunk ที่ใช้อยู่ ใช้เบอร์และคู่สายเดิม
ประโยชน์: เริ่มใช้ได้เร็ว ไม่ต้องแจ้งเปลี่ยนเบอร์กับลูกค้า
Integration
ถ้าระบบของคุณมี API หรือเปิด endpoint ให้เรียกได้ โดยหลักการก็เชื่อมกับ Integration Agent ได้
วิธีเชื่อมต่อหลัก รองรับ JSON ยืนยันสิทธิ์ด้วย API Key และจำกัดการเข้าถึงด้วย IP Allowlist
ดึงสถานะเอกสาร ใบสั่งซื้อ และข้อมูลลูกค้าจากระบบ ERP ที่เปิด API ให้ใช้งาน
ตรวจสอบสถานะเคส งานซ่อม และประวัติการติดต่อของลูกค้ารายนั้น
สถานะออเดอร์ การชำระเงิน และสต็อกคงเหลือจากระบบขายและคลังสินค้า
สถานะการจัดส่ง จุดสแกนล่าสุด และเวลาที่คาดว่าจะถึงจากระบบขนส่ง
ยอดค้างชำระ วันครบกำหนด และสถานะใบแจ้งหนี้จากระบบบัญชีหรือระบบเรียกเก็บเงิน
กรณีไม่มี API ใช้การอ่านจาก view หรือ read replica ที่จำกัดสิทธิ์ [ขอบเขตต้องยืนยัน]
เชื่อมผ่านตัวกลางที่องค์กรใช้อยู่ เพื่อไม่ต้องเปิด endpoint ของระบบหลักออกภายนอก
Security & Privacy
Integration Agent ทำงานกับข้อมูลลูกค้าโดยตรง เราจึงออกแบบให้ “ไม่เก็บสิ่งที่ไม่จำเป็น” เป็นค่าเริ่มต้น
เราไม่ดึงฐานข้อมูลลูกค้ามาเก็บไว้ล่วงหน้า ข้อมูลถูกเรียกใช้เฉพาะช่วงที่สายกำลังสนทนาอยู่
ระบบและบันทึกการทำงานโฮสต์บน AWS Bangkok (ap-southeast-7) สอดคล้อง PDPA และนโยบายจัดซื้อภาครัฐ
ข้อมูลลูกค้าและบทสนทนาของคุณใช้เพื่อให้บริการองค์กรของคุณเท่านั้น ไม่นำไปฝึกโมเดลหรือใช้ข้ามลูกค้า
สัญญาณเสียงเข้ารหัส TLS/SRTP การเรียก API ผ่าน HTTPS และข้อมูลที่จัดเก็บเข้ารหัส AES-256 [ต้องยืนยันโปรโตคอล]
คีย์และโทเคนที่ใช้เรียก API ของคุณเก็บแยกและเข้ารหัส เพิกถอนได้ทันทีจากฝั่งคุณเมื่อต้องการ
บันทึกทุกการเรียกข้อมูล พร้อมผลการยืนยันตัวตนและฟิลด์ที่เปิดเผย ให้ผู้ตรวจสอบดูย้อนหลังได้
Why Call On Cloud
คำถามที่ฝ่าย IT และฝ่ายจัดซื้อถามเราจริงก่อนตัดสินใจ
“ต้องเปิด API ระบบหลักออกอินเทอร์เน็ตไหม”
เลือกเชื่อมผ่าน middleware, view ที่จำกัดสิทธิ์ หรือช่องทางที่ปิดกั้นด้วย allowlist ได้ ไม่จำเป็นต้องเปิดระบบหลักออกภายนอกทั้งก้อน
“ทีม IT เราคนน้อย จะต้องพัฒนาเองเยอะไหม”
ทีมเราออกแบบการเชื่อมต่อ ทำ mapping ค่าในระบบเป็นคำพูด และทดสอบร่วมกับทีมคุณ ฝั่งคุณเตรียมเอกสาร API และสิทธิ์เข้าถึง
“ถ้า AI ตอบข้อมูลผิดคนจะรู้ได้อย่างไร”
คำตอบทุกครั้งอ้างอิงค่าที่ดึงจากระบบจริง และมี Audit Log ให้ตรวจย้อนหลังได้ว่าดึงอะไร เมื่อไร ผ่านการยืนยันตัวตนแบบใด
“ถ้า AI จองผิดหรือดึงผิดตอนเริ่มใช้”
เชื่อมกับระบบทดสอบ (sandbox) ก่อน ทดสอบสายจริงร่วมกับทีมของคุณ (UAT) ปรับจนผ่านเกณฑ์ที่คุณกำหนด แล้วจึงต่อกับระบบจริง
“ระบบหลังบ้านเราล่มบ่อย จะเกิดอะไรขึ้น”
เมื่อระบบปลายทางไม่ตอบ AI จะไม่เดาข้อมูล แต่แจ้งลูกค้าตรง ๆ และโอนสายให้พนักงานพร้อมสรุปสิ่งที่คุยไว้
“ถ้ามีปัญหากลางคืนจะติดต่อใคร”
ทีมงานในประเทศดูแลตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ผ่านโทรศัพท์ LINE OA และอีเมล ไม่ต้องรอ ticket ข้ามโซนเวลา
Use Cases

Logistics
สายส่วนใหญ่คือ “ของถึงไหน” AI ยืนยันตัวตนด้วยเลขพัสดุคู่กับเบอร์โทร แล้วอ่านสถานะจากระบบขนส่งพร้อมเวลาที่คาดว่าจะถึง สายที่มีปัญหาจริงถูกโอนให้ทีมดูแลลูกค้า
ทีมได้เวลาไปจัดการเคสที่ต้องแก้จริง

Retail & B2B Sales
ร้านค้าและตัวแทนจำหน่ายโทรถามว่าออเดอร์อนุมัติหรือยัง ของพร้อมส่งเมื่อไร และสินค้ารุ่นนี้มีสต็อกไหม AI ตอบจาก OMS และระบบคลังได้ทันทีตลอดเวลา
ทีมขายไม่ต้องเป็นตัวกลางเช็กสต็อก

Billing & Utilities
ลูกค้าโทรถามยอดค้างชำระ วันครบกำหนด และการรับชำระล่าสุด AI ยืนยันตัวตนก่อน แล้วแจ้งยอดพร้อมปิดบังเลขบัญชีบางส่วนตามกฎที่ตั้งไว้
ลดสายเข้าฝ่ายบัญชีช่วงสิ้นเดือน
Plans & Pricing
คิดค่าบริการตามจำนวนคู่สาย AI ที่ต้องการ
1,000 ฿/คู่สายAI/เดือน
เริ่มต้น 2,000 ฿/เดือน (ขั้นต่ำ 2 คู่สาย) · สัญญาขั้นต่ำ 3 เดือน
คิดตามจำนวน “คู่สาย AI” ที่ต้องการ — 1 คู่สาย หมายถึง AI คุยกับลูกค้าได้ 1 สายในเวลาเดียวกัน ต้องการรับสายพร้อมกันมากขึ้นก็เพิ่มจำนวนคู่สาย
เลือกใช้ตัวใดตัวหนึ่งหรือใช้ร่วมกันในบัญชีเดียว
ตอบคำถามลูกค้าจากเอกสารของบริษัท เช่น สินค้า ราคา นโยบาย
ตอบข้อมูลสดจากระบบของคุณผ่าน API เช่น สถานะออเดอร์ ยอดค้างชำระ
ทุก Agent ทำงานบนเบอร์และ Cloud PBX เดิมของคุณ ใช้บิลเดียวและทีมดูแลเดียว
| จำนวนคู่สาย AI | ค่าบริการ/เดือน | นาทีที่รวมให้ | เหมาะกับ |
|---|---|---|---|
| 2 คู่สาย (เริ่มต้น) | 2,000 ฿ | 400 นาที | ธุรกิจที่มีสายเข้าไม่หนาแน่น เริ่มทดลองใช้ |
| 3 คู่สาย | 3,000 ฿ | 600 นาที | ร้าน/สำนักงานที่มีสายซ้อนกันช่วงพีค |
| 5 คู่สาย | 5,000 ฿ | 1,000 นาที | ธุรกิจหลายสาขาหรือหลายทีม |
| 10 คู่สายขึ้นไป | ติดต่อฝ่ายขาย | ตามจำนวนคู่สาย | องค์กรขนาดใหญ่ · Call Center |
[ต้องยืนยัน: นาทีคงเหลือยกไปเดือนถัดไปได้หรือไม่ · คิดค่าบริการรายเดือนหรือเรียกเก็บล่วงหน้า 3 เดือน · ค่าออกแบบ/เชื่อมต่อระบบครั้งแรกคิดแยกหรือไม่]
FAQ
AI Knowledge Base ตอบจากเอกสารที่บริษัทอัปโหลด ซึ่งเป็นข้อมูลคงที่ เช่น นโยบายและสเปกสินค้า ส่วน Integration Agent ตอบจากข้อมูลสดในระบบของคุณที่เปลี่ยนแปลงทุกวัน เช่น สถานะออเดอร์ ยอดค้างชำระ และสต็อกคงเหลือ องค์กรส่วนใหญ่มักใช้ทั้งสองบริการร่วมกัน
หลัก ๆ คือต้องมี Endpoint ที่เรียกได้ (REST API หรือ Webhook) เอกสารประกอบ และสิทธิ์เข้าถึงที่จำกัดเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น หากระบบไม่มี API ทีมงานจะช่วยประเมินทางเลือกอื่น เช่น การอ่านผ่าน View หรือ Middleware ที่องค์กรใช้อยู่
AI จะไม่เปิดเผยข้อมูลรายลูกค้าจนกว่าจะผ่านการยืนยันตัวตนตามเงื่อนไขที่กำหนด และเปิดเผยได้เฉพาะฟิลด์ที่อยู่ในรายการอนุญาต ข้อมูลนอกรายการจะไม่ถูกส่งมาถึง AI เลย นอกจากนี้ยังมีการปิดบังข้อมูลบางส่วน จำกัดจำนวนครั้งที่ถามได้ต่อสาย และบันทึก Audit Log ทุกครั้ง
ไม่มี ระบบเรียกข้อมูลจาก API ของคุณเฉพาะช่วงที่มีสายกำลังสนทนาอยู่เท่านั้น ไม่ทำสำเนาฐานข้อมูลมาเก็บไว้ล่วงหน้า สิ่งที่บันทึกไว้คือ Audit Log ของการเรียกข้อมูลและบทสนทนา ซึ่งโฮสต์บน AWS Bangkok และสามารถตั้งอายุการเก็บได้
สามารถตั้งเวลารอ (Timeout) ได้ต่อ Endpoint เมื่อเกินเวลาหรือระบบไม่ตอบสนอง AI จะไม่เดาข้อมูล แต่จะแจ้งลูกค้าตามข้อความที่กำหนดไว้และโอนสายให้พนักงานพร้อมสรุปสิ่งที่คุยไปแล้ว
ค่าเริ่มต้นคืออ่านข้อมูลเท่านั้น (Read-Only) หากต้องการให้ทำรายการเขียนกลับเข้าระบบ เช่น เปลี่ยนที่อยู่จัดส่งหรือเปิดเคส จะต้องเปิดใช้เป็นรายรายการ พร้อมระบุขอบเขตและเงื่อนไขการยืนยันตัวตนที่เข้มขึ้น และบันทึกทุกครั้งใน Audit Log
โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 7-14 วันทำการ ครอบคลุมการออกแบบการเชื่อมต่อ ตั้งกฎยืนยันตัวตนและฟิลด์ที่อนุญาต แปลงค่าในระบบให้เป็นคำพูด และทดสอบสายจริงร่วมกับทีมงานก่อนเชื่อมต่อกับระบบจริง ระยะเวลาขึ้นอยู่กับความพร้อมของ API ฝั่งองค์กรเป็นหลัก
คิดตามจำนวนคู่สาย AI ที่ต้องการ คู่สายละ 1,000 บาท/เดือน รวมนาทีสนทนา 400 นาที/คู่สาย/เดือน หากใช้เกินคิดเพิ่มนาทีละ 3 บาท เริ่มต้นขั้นต่ำ 2 คู่สาย (2,000 บาท/เดือน รวม 800 นาที) และมีสัญญาขั้นต่ำ 3 เดือน