Too Many Names, Too Few People
รายชื่อที่ต้องโทรมีเป็นพัน แต่ทีมโทรได้วันละไม่กี่ร้อยสาย สุดท้ายต้องเลือกโทรแค่บางราย
รายที่ไม่ได้โทรคือรายที่หลุดมือ
งานโทรแจ้งเตือนเป็นงานที่ต้องทำให้ครบทุกราย แต่เป็นงานที่คนทำได้ช้าที่สุดและซ้ำซากที่สุด
รายชื่อที่ต้องโทรมีเป็นพัน แต่ทีมโทรได้วันละไม่กี่ร้อยสาย สุดท้ายต้องเลือกโทรแค่บางราย
รายที่ไม่ได้โทรคือรายที่หลุดมือ
ลูกค้าไม่รู้ว่าเบอร์นี้คือใคร จึงไม่รับสาย ทีมต้องโทรซ้ำหลายรอบเพื่อให้ติดหนึ่งราย
ต้นทุนต่อสายที่ติดสูงขึ้นหลายเท่า
ต้นเดือน สิ้นเดือน หรือก่อนวันครบกำหนด งานโทรกระจุกวันเดียว ทีมทำไม่ทันและงานอื่นค้าง
ต้องจ้าง OT หรือปล่อยงานตกหล่น
โทรไปแล้วไม่มีบันทึกที่ใช้งานได้ว่าใครรับ ใครไม่รับ ใครรับปากว่าจะจ่าย ต้องมาถามกันเอง
วางแผนรอบถัดไปไม่ได้
ตั้งแคมเปญเสร็จในวันเดียว หลังจากนั้นสั่งโทรรอบใหม่ได้เองทุกเดือนโดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์
อัปโหลดรายชื่อจาก Excel/CSV หรือดึงจากระบบของคุณผ่าน API พร้อมข้อมูลรายบุคคล
กำหนดข้อความที่จะพูด ช่วงเวลาที่โทรได้ จำนวนครั้งที่โทรซ้ำ และตัวเลือกที่ให้ลูกค้ากด
ระบบโทรออกพร้อมกันได้ถึง 1,000+ สาย งานที่ทีมคนใช้ทั้งสัปดาห์จบได้ในไม่กี่ชั่วโมง
ลูกค้าพูดตอบหรือกดเลือกได้ในสาย เช่น ยืนยัน ขอเลื่อน ขอคุยกับพนักงาน หรือขอไม่รับสายอีก
สรุปผลรายบุคคล โทรซ้ำเฉพาะรายที่ไม่รับ ส่ง SMS แทนเมื่อโทรไม่ติด และส่งผลกลับเข้าระบบคุณ
ทุกผลลัพธ์ถูกบันทึกรายบุคคล — รายที่ไม่รับสายจะกลับเข้าคิวโทรซ้ำตามรอบที่คุณกำหนด ไม่ต้องคัดรายชื่อใหม่ด้วยมือ
Calling Agent คือ AI Voice Agent ฝั่งโทรออก สำหรับงานที่ต้องแจ้งข้อมูลถึงลูกค้าจำนวนมากให้ครบทุกราย ต่างจากระบบโทรเปิดเสียงอัด (Voice Blast) ที่ลูกค้าทำได้แค่ฟังแล้ววางสาย — ที่นี่ลูกค้ากดเลือกหรือพูดตอบได้ในสายเดียวกัน และทุกคำตอบถูกบันทึกกลับมาเป็นข้อมูลที่คุณใช้ต่อได้
งานโทรออกมีความเสี่ยงที่งานรับสายเข้าไม่มี — โทรผิดเวลา โทรซ้ำเกินพอดี หรือโทรหาคนที่ไม่ยินยอม กลายเป็นเรื่องร้องเรียนได้ทันที เราจึงใส่ชั้นควบคุมไว้ในระบบตั้งแต่ต้น
ก่อนเริ่มแคมเปญ ทีมเราตรวจร่วมกับคุณว่ารายชื่อมีฐานความยินยอมหรือฐานทางกฎหมายรองรับตาม PDPA
กำหนดช่วงเวลาที่โทรได้และวันหยุดที่ห้ามโทร ระบบจะเลื่อนสายที่เหลือไปรอบถัดไปให้อัตโนมัติ
AI แจ้งชื่อบริษัทและวัตถุประสงค์ของการโทรตั้งแต่ประโยคแรก และแจ้งว่ากำลังคุยกับระบบอัตโนมัติ
ลูกค้ากดปุ่มเดียวเพื่อขอไม่รับสายอีก ระบบตัดออกจากรายชื่อทุกแคมเปญทันที ไม่ต้องรอทีมมาลบมือ
จำกัดจำนวนครั้งที่โทรซ้ำต่อเบอร์และเว้นระยะระหว่างรอบ ป้องกันการโทรรัวจนลูกค้ารู้สึกถูกรบกวน
บันทึกทุกสายว่าโทรเมื่อไร ผลเป็นอย่างไร และลูกค้าตอบอะไร ให้ตรวจย้อนหลังได้เมื่อมีข้อร้องเรียน
เรื่องร้องเรียนงานโทรออกส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการโทรครั้งแรก แต่เกิดจากการโทรครั้งที่สามหลังลูกค้าบอกว่าไม่สะดวก เมื่อการขอไม่รับสายทำได้ด้วยการกดปุ่มเดียวและมีผลทันทีทุกแคมเปญ ความไม่พอใจจึงจบที่สายนั้น ไม่ลุกลามไปเป็นการร้องเรียนหรือรีวิวเสียหาย
แคมเปญโทรออกล้มเหลวเพราะสายไม่ถูกรับ ไม่ใช่เพราะข้อความไม่ดี — สี่ตัวช่วยนี้แก้ที่ต้นเหตุ
แสดงชื่อแบรนด์ของคุณบนหน้าจอผู้รับผ่าน Whoscall ลูกค้ารู้ว่าใครโทรมาก่อนกดรับ
โทรซ้ำในช่วงเวลาที่ต่างจากรอบแรก เช่น เช้า–เย็น–วันหยุด แทนการโทรซ้ำเวลาเดิมที่ลูกค้าไม่ว่างอยู่แล้ว
แยกได้ว่าปลายสายเป็นคนหรือระบบฝากข้อความ เพื่อไม่เสียนาทีไปกับสายที่ไม่มีคนฟัง
เบอร์ที่โทรไม่ติดตามจำนวนครั้งที่กำหนด ส่งข้อความแทนอัตโนมัติ ข้อมูลจึงถึงมือลูกค้าทุกราย
ออกแบบให้ทีมของคุณสั่งแคมเปญเองได้ทุกเดือน โดยไม่ต้องพึ่งทีมพัฒนา
ใส่ตัวแปรรายบุคคลในข้อความ เช่น ชื่อลูกค้า ยอดที่ต้องชำระ วันครบกำหนด หรือเวลานัด
ประโยชน์: ลูกค้ารู้ว่าสายนี้เกี่ยวกับตัวเอง ไม่ใช่สายโฆษณา
ตั้งตัวเลือกให้ลูกค้ากด เช่น กด 1 ยืนยัน กด 2 ขอเลื่อน กด 0 คุยกับพนักงาน และรับคำตอบที่พูดได้
ประโยชน์: ได้คำตอบกลับเป็นข้อมูล ไม่ใช่แค่แจ้งให้ทราบ
โทรพร้อมกันได้กว่าพันสาย งานโทรที่กระจุกวันเดียวจึงจบได้ทันในกรอบเวลาที่โทรได้
ประโยชน์: ไม่ต้องจ้างคนเพิ่มเพื่อรับงานช่วงพีค
เมื่อลูกค้าขอคุยกับคน ระบบโอนเข้าคู่สายของทีมคุณพร้อมสรุปว่าสายนี้โทรเรื่องอะไร
ประโยชน์: เคสที่ต้องเจรจาไปถึงคนที่ตัดสินใจได้ทันที
ดูผลรายแคมเปญและรายบุคคล — ใครรับ ใครกดยืนยัน ใครขอเลื่อน ใคร opt-out พร้อม export
ประโยชน์: วัดผลได้เป็นตัวเลขและวางรอบถัดไปได้แม่นขึ้น
อัปโหลด Excel/CSV เอง หรือให้ระบบดึงรายชื่อจาก ERP/CRM ของคุณตามรอบเวลาที่ตั้งไว้
ประโยชน์: งานโทรประจำเดือนเริ่มเองได้โดยไม่ต้องมีคนกดสั่ง
รายชื่อที่คุณอัปโหลดคือข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า เราออกแบบให้เก็บเท่าที่จำเป็นและลบได้เมื่อจบงาน
รายชื่อ ผลการโทร และบันทึกการทำงานโฮสต์บน AWS Bangkok (ap-southeast-7) ไม่ออกนอกประเทศ
ตั้งอายุการเก็บรายชื่อและผลการโทรได้ตามนโยบายของคุณ และสั่งลบข้อมูลเมื่อจบแคมเปญได้
เบอร์ที่ขอไม่รับสายถูกเก็บไว้ในรายการกลางขององค์กรคุณ และถูกกันออกจากทุกแคมเปญถัดไป
รายชื่อและบทสนทนาของคุณใช้เพื่อให้บริการองค์กรของคุณเท่านั้น ไม่นำไปฝึกโมเดลหรือใช้ข้ามลูกค้า
สัญญาณเสียงเข้ารหัส TLS/SRTP และรายชื่อกับผลการโทรเข้ารหัส AES-256 ขณะจัดเก็บ
กำหนดสิทธิ์ว่าใครสร้างแคมเปญและใครดูรายชื่อได้ พร้อมบันทึกการเข้าถึงย้อนหลัง
โครงสร้างพื้นฐานและมาตรฐานสำหรับข้อมูลระดับองค์กร
คำถามที่เจ้าของธุรกิจและฝ่าย IT ถามเราจริงก่อนตัดสินใจ
Qโทรออกพันสายพร้อมกัน คู่สายมาจากไหน
เราเป็นผู้ให้บริการ SIP Trunk และเบอร์ DID เอง จึงจัดคู่สายสำหรับงานโทรออกจำนวนมากให้ได้ในรายเดียว
Qลูกค้าจะรับสายไหมถ้าไม่รู้ว่าใครโทร
ต่อยอดด้วย Whoscall Verified Caller ID เพื่อแสดงชื่อแบรนด์บนหน้าจอผู้รับ ลดสายที่ถูกปฏิเสธเพราะไม่รู้จักเบอร์
Qโทรแบบนี้ผิด PDPA หรือไม่
ทีมเราตรวจฐานความยินยอม ช่วงเวลาโทร ข้อความแจ้งตัวตน และกลไก opt-out ร่วมกับคุณก่อนเปิดแคมเปญแรก
Qจะรู้ได้อย่างไรว่าเสียงและข้อความใช้ได้
ทดลองโทรกลุ่มเล็กก่อน ฟังเสียงจริง ปรับข้อความและตัวเลือกที่ให้กด แล้วจึงปล่อยแคมเปญเต็มจำนวน
Qใช้เบอร์เดิมของบริษัทได้ไหม
โทรออกด้วยเบอร์ของบริษัทคุณได้ ลูกค้าที่โทรกลับจึงเข้าคู่สายเดิมที่ทีมคุณดูแลอยู่
Qถ้าแคมเปญมีปัญหากลางคืนจะติดต่อใคร
ทีมงานในประเทศดูแลตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ผ่านโทรศัพท์ LINE OA และอีเมล ไม่ต้องรอ ticket ข้ามโซนเวลา

โทรเตือนก่อนวันครบกำหนดและหลังเลยกำหนด ลูกค้ากด 1 เพื่อยืนยันว่าจะชำระ หรือกด 0 เพื่อคุยกับเจ้าหน้าที่เรื่องผ่อนผัน ทีมติดตามจึงเหลือเฉพาะเคสที่ต้องเจรจา
ติดต่อครบทุกรายในกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด

โทรเตือนก่อนวันนัด 1–3 วัน ลูกค้ากดยืนยันหรือขอเลื่อนได้ในสาย คิวที่ถูกเลื่อนกลับมาเป็นคิวว่างให้รายอื่นจองแทน
คิวว่างจากการไม่มาตามนัดลดลง

โทรยืนยันวันเวลาจัดส่งก่อนรถออก ลูกค้ายืนยันหรือแจ้งเปลี่ยนเวลาได้ ลดรอบส่งที่ไปถึงแล้วไม่มีคนรับของ
ลดรอบส่งซ้ำและค่าขนส่งที่เสียเปล่า
คิดตามนาทีที่โทรจริง ไม่มีค่ารายเดือน ไม่ใช้ก็ไม่เสีย · ค่าบริการ AI และค่าโทรแสดงแยกรายการ
3 ฿/ นาที
ค่าบริการ AI ไม่รวมค่าโทร · ค่าโทรออกคิดแยก 0.80 ฿/นาที (ดูตารางด้านข้าง) ไม่มีค่าบริการรายเดือน คิดเฉพาะนาทีที่โทรออกจริง — เติมเงินก้อนเดียวแล้วใช้ได้ตลอดปี เหมาะกับงานโทรที่มาเป็นรอบ เช่น ต้นเดือนหรือก่อนวันครบกำหนด
ค่าใช้จ่ายต่อนาทีแยกเป็น 2 รายการ หักจากยอดเติมเงินก้อนเดียวกัน
3.00 ฿ / นาที
ค่าบริการ AI — เสียงสนทนา การรับคำตอบ และรายงานผลแคมเปญ
0.80 ฿ / นาที
ค่าโทรออกผ่านโครงข่าย คิดตามปลายทางที่โทรจริง
คิดปัดขึ้นเป็นนาที สายที่จบภายใน 60 วินาทีจึงเสียเท่ากันหมด — ทีมเราช่วยเขียนข้อความให้จบใน 1 นาทีตั้งแต่ตอนตั้งแคมเปญ เพราะทันทีที่ 61 วินาที ต้นทุนต่อสายจะเพิ่มเท่าตัวทันที
ไม่รวมค่าโทร · ค่าโทรออกคิดแยก 0.80 ฿/นาที ไม่มีค่าบริการรายเดือน · 1 วิ นับเป็น 1 นาที
คิดตามนาทีที่โทรจริง นาทีละ 3.80 บาท (ค่าบริการ AI 3.00 บาท + ค่าโทร 0.80 บาท) ไม่มีค่าบริการรายเดือน โดยคิดปัดขึ้นเป็นนาที คือหากสายเกิน 1 วินาทีจะคิดเป็น 1 นาที เติมเงินครั้งละ 5,000 บาท (ประมาณ 1,315 นาที) ยอดคงเหลือใช้ได้ 1 ปีนับจากวันเติม ส่วนค่าติดตั้งและตั้งค่าแคมเปญคิดแยกตามขอบเขตงาน
Voice Blast เปิดเสียงที่อัดไว้แล้วจบ ลูกค้าทำได้แค่ฟังหรือวางสาย ส่วน Calling Agent ใช้เสียง AI พูดข้อความที่ปรับตามข้อมูลของลูกค้าแต่ละราย และรับคำตอบกลับได้ทั้งการกดปุ่มและการพูด รวมถึงโอนสายให้พนักงานได้ทันทีเมื่อลูกค้าต้องการ
การโทรติดต่อลูกค้าต้องมีฐานความยินยอมหรือฐานทางกฎหมายรองรับ เช่น การปฏิบัติตามสัญญาที่มีอยู่กับลูกค้า ก่อนเปิดแคมเปญแรกทีมงานจะตรวจร่วมกับคุณว่า รายชื่อมีฐานรองรับ มีการแจ้งตัวตนผู้โทร และมีช่องทางให้ลูกค้าขอไม่รับสายอีก ทั้งนี้ความถูกต้องของฐานข้อมูลรายชื่ออยู่ในความรับผิดชอบขององค์กร
ลูกค้ากดปุ่มเดียวในสายเพื่อขอไม่รับสายอีก ระบบจะบันทึกเบอร์นั้นเข้ารายการ Opt-out กลางขององค์กรทันที และกันออกจากทุกแคมเปญถัดไป โดยไม่ต้องรอทีมงานมาลบด้วยมือ
โทรออกด้วยเบอร์ของบริษัทได้ ลูกค้าที่โทรกลับจะเข้าคู่สายเดิมที่ทีมงานดูแลอยู่ หากต้องการให้ชื่อแบรนด์แสดงบนหน้าจอผู้รับเพื่อเพิ่มอัตราการรับสาย สามารถใช้ร่วมกับ Whoscall Verified Caller ID ได้
รองรับการโทรพร้อมกันได้ 1,000+ สาย โดยจำนวนที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับขนาดรายชื่อและกรอบเวลาที่โทรได้ ทีมงานจะช่วยตั้งอัตราการโทรให้พอดี เพื่อไม่ให้สายที่ลูกค้ากดขอคุยกับพนักงานล้นเกินกำลังทีม
โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 7-14 วันทำการ ครอบคลุมการตั้งค่าแคมเปญ ปรับข้อความและเสียง ตรวจฐานความยินยอม เชื่อมคู่สายสำหรับโทรออก และทดลองโทรกลุ่มเล็กร่วมกับทีมงานก่อนปล่อยแคมเปญเต็มจำนวน
ใช้ Whoscall Verified Caller ID เพื่อแสดงชื่อแบรนด์บนหน้าจอผู้รับ ตั้งช่วงเวลาโทรซ้ำ (Smart Retry) ให้ต่างจากรอบแรก เช่น เช้า-เย็น-วันหยุด ตรวจจับระบบฝากข้อความ (Voicemail Detection) เพื่อไม่เสียนาทีโดยเปล่าประโยชน์ และส่ง SMS/LINE แทนอัตโนมัติเมื่อโทรไม่ติดตามจำนวนครั้งที่กำหนด